เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคดีสำคัญทางเศรษฐกิจและการเมือง กรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจและสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงาน วงเงิน 400,000 ล้านบาท มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ผลการพิจารณาปรากฏว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าว ตราขึ้นเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นการหลีกเลี่ยงภัยพิบัติสาธารณะ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ภายใต้รัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่ง จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย
- --
🔍 สรุปประเด็นวินิจฉัยสำคัญของศาล:
- ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจจำเป็น: ศาลชี้เห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทย การกู้เงินเพื่อตรามาตรการปรับโครงสร้างพลังงานจึงเข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อชาติ
- ความสมเหตุสมผลของการกู้เงิน: การใช้ พ.ร.ก. แทนกฎหมายงบประมาณปกติกระทำได้เมื่อมีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งศาลเห็นพ้องว่านโยบายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
- ความโปร่งใส: ศาลกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรายงานการใช้จ่ายงบประมาณกู้เงินดังกล่าวต่อรัฐสภาเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ตามกรอบวินัยการเงินการคลัง
ภายหลังคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น ส่งผลให้กระทรวงการคลังสามารถดำเนินการประสานงานแหล่งเงินกู้ตามแผนงานเพื่อแจกจ่ายมาตรการและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายได้ทันที ซึ่งส่งสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพทางการเมืองและช่วยดันตลาดหุ้นไทยปิดบวกในช่วงบ่ายที่ผ่านมาครับ
แชร์ความรู้สาระดีๆ ให้เพื่อนของคุณ
ฉลองครบรอบ 13 ปี คอสเมติกเมก้าเซล!
ดีลพิเศษผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ลดสูงสุดถึง 70% และโค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ




